(คลิ๊กสำหรับแผนที่ใหญ่)

 

เส้นทางนี้เป้นเส้นทางซ้อมสำหรับนักปั่นระดับต้นไปถึงนักปั่นระดับกลางที่ต้องการเส้นทางที่เรียบมีทั้งทางราบและเนินให้ทดสอบตนเองตลอดเส้นทาง นอกจากนั้นตลอดเส้นทางยังผ่านทั้งเขตหมู่บ้าน แหล่งท่องเทียวและอุทยานแห่งชาติจึงมั่นใจได้ว่า ในขณะปั่นถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นยางแตกโซ่ขาด คุณจะมีร้านปะยางที่มีเครื่องมือให้คุณพร้อมตามหมู่บ้านที่มีอยู่เป็นระยะๆ ตลอดทั้งเส้นแน่นอน ดังนั้นสำหรับมือใหม่จึงเป็นเส้นทางซ้อมที่ค่อนข้างดี อีกทั้งเส้นทางนี้เรายังจะได้ชทธรรมชาติสวยงามมากมายที่รับรองว่าคุณจะหาไม่ได้จากแหล่งใดๆ แน่นอน!!! ในเขตใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่

^เส้นทางผมเริ่มต้นที่หมู่บ้าน OTOP เหมืองกุงซึ่งอยู่บริเวณเส้นทางสะเมิง-หางดง ที่มีจุดเด่นคือหม้อน้ำดินเผาขนาดยักษ์ซึ่งตั่งอยู่หน้าหมู่บ้าน

^ ปั่นตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่สะเมิงจนมาถึงสี่แยกซึ่งตัดกับคองชลประทานหากเลี้ยวขวาจะมุ่งสู่พืชสวนโลก แต่เราจะตรงไปครับโดยมีภูเขาข้างหน้าเป็นจุดหมายปลายทาง

^ มาเจอป้ายนี้ก็อย่าเพิ่งตกใจครับ เพราะจุดหมายของเรานั้นจะอยู่ช่วงกลางๆ (15 กิโลเมตร) ซึ่งอนาคตหากเรามั่นใจแล้วจะลองปั่นยาวไปถึงสะเมิงก็ไม่เสียหายแต่ระดับความโหดนั้นจะเพิ่มขึ้นไป 2-3 เท่าทีเดียวครับ มุ่งหน้าไปตามถนนใหญ่เส้นนี้ผ่านหมู่บ้านฟ่อน ซึ่งมีทางลัดสามารถไปออกพืชสวนโลกและสวนสัตว์ไนท์ซาฟารีย์ได้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีนักปั่นหลายๆ ท่านฝึกซ้อมเป็นประจำอยู่เช่นกัน ซึ่งวันหลังจะมาแนะนำต่อไป

^ ปั่นไปซัก 5-6 กิโลฯ ก็จะเจอจุดแวะพักหมายเลข 1 แต่ถ้าใครคิดว่ามีแรงไปต่อก็ลุยต่อได้ทันทีครับ ซึ่งจากจุดนี้ไปเราจะได้พบกับเส้นทางที่ต้องตัดผ่านป่าธรรมชาติกันแล้ว

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

^ จากจุดแวะพัก 1 ไม่ไกลนักเราจะเลี้ยวซ้ายมาตามถนน เราจะอยู่ช่วงถนนใหญ่ตัดมาตามไหลภูเขา โดยมีผาลึกซึ่งอยู่ด้านขวามือตลอดเส้นทาง หากได้มาช่วงเช้าจะทิวทัศย์ที่สวยงามมาก อย่างในวันที่ถ่ายรูปมานี้ก็จะมีละอองหมอกมากระทบตลอดทาง สะท้อนกับแสงแดดยามเช้า สุดยอดวิวจริงๆ

^ ปั่นมา 2-3 กิโลฯ เราจะผ่านเส้นภูเขา เข้าสู่ช่วงหมู่บ้าน (บ้านปงใต้) อีกครั้งหนึ่งซึ่งช่วงนี้แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้เกียร์ 2-5 หรือ 2-6 เพราะพอออกจากหมู่บ้านไม่นี้ไม่นานนัก ก็เริ่มจะมีช่วงเนินภูเขาความชันระดับต้นๆ ให้ทดสอบกัน 3-4 เนิน สำหรับมือใหม่แนะนำให้ค่อยไปจะดีกว่านะครับอย่าพยามฝืนนัก เพราะข้างหน้ายังมีโหดกว่านี้รออยู่ แนะนำว่าควรหยุดพักที่จุดแวะพักที่ 2 ซึ่งอยู่บริเวญล้านนารีสอร์ท

^ จากล้านนารีสอร์ทเราจะต้องพบกับเนินระดับกลาง 2 เนิน แต่จุดที่ยากของสองเนินนี้คือเป็นเนินที่เป็นทางโค้งหักมุม และมีระยะทางค่อนข้างไกล แนะนำเกียร์ในการปั่นควรอยู่ในช่วง 2-3 หรือ 2-5 ตามแต่ความสามารถแต่ละท่าน (ในรูปคือเนิน 1)

^ บนเนิน 1 นั้นเป็นที่ตั้งของวัดคีรีเขต

^ เนิน 2 นั้นจะโหลดกว่าเนิน 1 พอสมควรเพราะระยะทางยาวกว่านอกจากนั้นยักมีโค้งหักไปถึง 3 โค้ง ได้เหงื่อแน่นอนครับ


^ มาถึงแล้วกฤษดาดอยปลายทางของเรา


^ แต่ เอ๊!! นั้นเนิน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แบบนี้ต้องขอต่อทริปขึ้นไปอีกดีกว่า โดยเนินนี้เป็นเนินระดับชันมากแถมยังยาวมากๆ เกือบ 1 กิโล ประกอบขึ้นจากด้วยโค้งหักศอก 3 โค้ง ดังนั้นความโหดจึงสยองใช้ได้เลย (ท่านใดปั่นขึ้นดอยสุเทพประมาณเนินสุดท้ายนั้นละครับ) ผมขอแนะนำเกียร์ 1-3 ไปถึง 1-5 ครับ สำหรับมือใหม่นั้นครั้งแรกอย่าไปฝืนจนหมด เหนือยก็พักไว้ก่อนเพราะถ้าไปหมดแรงขากลางทางมีโอกาศกลิ้งลงสูงมากจากอาการขาอ่อนกระทันหัน ซึ่งระหว่างโค้งแต่ชุดจะมีซอยเล็กๆ ให้หักรถเข้าจอดพักได้ทันที

^ ปลายของเนินอันน่าสยองขอพักหน่อยละกัน !!!!

^ ปั่นตามทางมาอีกเกือบกิโลฯ ผ่านรีสอร์ท 2-3 แห่งรวมถึงหมู่บ้านชาวไทยภูเขาซึ่งในวันหยุดคนจะค่อนข้างคึกคัก พอพ้นมาจะข้ามสะพานแล้วตามถนนเลี้ยวซ้ายไปตามทางพอพ้นหัวโค้งก็จะมาถึงปลายทางของเราในทริปนี้

^ มาถึงแล้วจุดแวะพักสุดท้ายทั้งด้านซ้ายละขวาเป็นน้ำตก รับรองว่าเห็นแล้วหายเหนื่อยแน่นอน!! ซึ่งพอแรงกลับมาก็ถึงเวลาย้อนกลับตามเส้นทางเดิมซึ่งจะค่อนข้างสะบายแล้วเพราะจะเป็นขาลงตลอด ความเร็วบางช่วงอาจพุ่งไปถึง 55 กิโลฯ ยังไงก็ควรระวังเรื่องเบรคและอุบัติเหตุกันด้วยนะครับ

=========================================

สรุปทริป

=========================================

• ความยาก : 6/10

• ทางราบ : 75%

• เนินชัน : 25%

• ระยะทาง (ไปกลับ) : 34 กิโลฯ / เวลาตลอดทริป ~ 1:40 ชั่วโมง

• ประเภทรถ : จักรยานเสือภูเขา (MTB) / จักรยานเสือหมอบ (Road Bike)

• ข้อดี : เส้นทางหลากหลาย / ฝึกการใช้เกียร์ครบถ้วน / ธรรมชาติสวย / อากาศดี / มีหมู่บ้านร้านค้าร้านปะยางตลอดเส้นทาง / สามารถอัพระยะเพื่อท้าทายความสามารถตัวเองได้อีกค่อนข้างมาก

• ข้อเสีย : มีรถโรงเรียน รถบรรทุกเยอะพอสมควรในช่วงสาย / เขตป่าบางช่วงค่อนข้างอันตรายจากงูดังนั้นไม่ควรแวะพักตามข้างทางที่เป็นป่ารกทึบ

• คำแนะนำ : แม้จะอยู่ในป่าเขาแต่มีรถบรรทุกเข้าออกโดยตลอด ควรมีแว่นกันฝุ่นรวมถึงขับชิดไหล่ทางเสมอ ส่วนใครที่กลัวหนามแทงยางรั่วนั้นหายห่วยครับ เพราะระหว่างทางแทบไม่มีต้นไมยราฟขึ้นเลย จากที่ปั่นมา 1 เดือนแทบทุกวันนั้นยังไม่เคยยางรั่วซักครั้ง

---------------------------------------------------------------------------------------------

Tags: mtb 4 Comments

Comment

Comment:

Tweet

ก้อ...อยากลองไปเที่ยวคึกคักอ่ะ อยู่พังงาเหมือนกันแต่ไม่เคยไปเที่ยวแถวคึกคักเลยอ่ะค่ะ

#4 By น๋ก้อย (118.173.64.146) on 2009-04-22 11:44

ลองปั่นย้อนจากแม่ริมดูสิครับ เจ็ดพับมหาโหด!!!!!!!!!!!!!!! คุ้มค่ากับการพิชิต

#3 By till bike broke (118.172.61.64) on 2008-10-01 00:43

อ่านเป็นผ่านฟ้ากับพันทิพ นึกว่าบล๊อคสายส่ง เหอๆ

#2 By คนแก่ (125.24.77.72) on 2007-12-04 17:39

เจิม เพื่อความเป็นศิริมงคล question

#1 By Rain on 2007-12-03 18:51