เรื่องราวเริ่มต้นตอนเช้ามืดของคืนวันส่งท้ายปีเก่า กระทาชายผู้หนึ่งตื่นนอนขึ้นมาด้วยอารมห์จุดเสียดแน่นท้องอย่างสุดๆ เนื่องมาจากเมือวันก่อนไปโซ้ยปุฟเฟ่ที่ G&M มาแบบไม่ยั้ง แต่แล้วกระทาชายนายนั้นก็ต้องสะดุ๊งเมื่อเหลือบไปเห็นกองหนังสือการ์ตูนกองหนึ่งเข้า จนต้องกระโดดลุกจากเตียงเปิดคอมเรียกหาสหายคู่ใจทางเอ็มเอสเอนทันทีทันใด!!!

กระดิ่งทอง : เอ้!! มาโฮระบะที่ยืมมาตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้เอาไปคืนร้านเลย วันนี้ร้านจะหยุดตอนเยนด้วยสิ!!
เจคุง : สงสัยจะช้าไปแล้วมั่งวันก็ 31 แล้ว เกิดออกไปตอนนี้รถต้องติดมหาโหดแน่ๆ ไปคืนหลังปีใหม่แล้วกัน
กระดิ่งทอง : แต่ถ้าไม่คืนภายในวันนี้ค่าปรับมันจะไม่ปาน!! จนไปซื้อการ์ตูนอ่านซะยังจะถูกกว่าเลยนะสิ
เจคุง : งั้นก็ลองไปถนนเส้นที่ี่ชาวบ้านเขาไม่ค่อยไปกันสิ รถจะได้โล่งๆ
กระดิ่งทอง : เส้นทางที่ไม่ค่อยมีคนไปหรือ ......
กระดิ่งทอง : งั้นไปเส้นนี้แล้วกันนะ รถไม่ติดแน่ๆ \(>.<)/

 

รายละเอียดเส้นทาง "หางดง -สะเมิง - แม่ริม"

(คลิ๊กสำหรับแผนที่ใหญ่)

เส้นทางขึ้นยังตัวอำเภอสะเมิงนั้นนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ผมได้แนะนำ (• เปิดทริปหมายเลข ๑ "แยกสะเมิง-กฤษดาดอย") แต่ครั้งนั้นจะเป็นเส้นฝึกซ้อมซะมากกว่า แต่ครั้งนี้ผมตั้งจะทดสอบความสามารถของตัวเองว่าหลังจากฝึกซ้อมมา 4 เดือนนี้เราก้าวหน้าไปขนาดไหนกันนะ? โดยเส้นทางสะเมิงนั้นหาว่ากันจริงๆ เป็นถนนที่สร้างเสร็จราวๆ ช่วงปี 2524-2528 ซึ่งขณะนี้ตัวถนนก็อายุกว่า 20 ปีแล้ว แม้ถนนช่วงล่างจะได้รับการดูแลอย่างดีแต่สำหรับช่วงถนนบนยอดดอยแล้วยังเป็นเส้นดั่งเดิมซึ่งสะภาพแม้จะไม่น่าเกียจอะไร แต่ก็มีหลายๆ ช่วงที่นักปั่นต้องคอยระวังอยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะกองใบไม้ กองหิน ที่สะสมกันมายาวนาน.... โดยการที่จะขึ้นไปยังอำเภอสะเมิงนั้นสามารถไปด้วยกันราวๆ 3 เส้นทางคือจากอำเภอปาย อำเภอหางดง และ อำเภอแม่ริม โดยเส้นทางที่นักท่องเทียวนิยมกันมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเส้นทางหางดงและแม่ริม เพราะจะมีแหล่งท่องเที่ยวชื่่อดังมากมายตลอดเส้นทางรวมไปสะภาพป่าเขาที่ยังสมบูรณ์หาชทได้ยากในตลอดเส้นทางการเดินทาง โดอยทริปนี้นั้นผมจะใช้เส้นทางเริ่มต้นจากอำเภอหาดงขึ้นไปถึงอำเภอสะเมิองแล้วปั่นกลับมาออกทางอำเภอแม่ริม ก่อนที่สุดท้ายจะปั่นทางเรียบยาวกลับเข้าไปยังตัวเมืองเชียงใหม่ ราวเส้นทางแล้วราวๆ 100 กม. กันเลยทีเดียวละครับ โดยการเตรียมตัวครั้งนี้ไม่มีอะไรมากแต่ขอแนะว่าให้เตรียมอาหารเทียงและน้ำดืมไปให้เพียงพอ

 

^ เส้นทางเริ่มต้นยังคงเป็นช่วงสีแยกสะเมิง-หางดง หน้าหมู่บ้าน OTOP เหมืองกุง โดยครั้งนี้ผมเริ่มออกเดินทางราวๆ 9.00 น

^ เชียงใหม่ 11 กม. คือไปตามเส้นเลียบคลองชลประทาน ส่วนสะเมิง 38 กิโลนั้นจะเป็นอีกเส้นทางหนึ่ง

^ เพื่อไม่เสียเวลาผมขอตัดเส้นทาง 16 กม. แรกออกไปเลยเพราะส่วนใหญ่เป็นทางเรียบ • เปิดทริปหมายเลข ๑ "แยกสะเมิง-กฤษดาดอย" ซึ่งจุดสิ้นสุดนั้นจะอยู่บริเวญเหนือกฤษดาดอยขึ้นไปราว 1 กม. และจากจุดนี้ผมขอบอกแบบเปิดอกเลยนอกจากจะไม่เคยปั่นแล้ว ผมยังไม่ได้ใช้เส้นทางเส้นนี้มากว่าสิบปี!!

^ ถนนช่วงนี้ยังคงต้องผ่านหมู่บ้านหลายๆ เช่นเดิม สภาพถนนนั้นค่อนข้างดี แต่เพราะการจะไปยังอำเภอสะเมิงนั้นเราต้องตัดผ่านภูเขาสูงหลายๆ ลูกจึงจะมีทั้งเนินชันและช่วงเนินลงให้ปั่นอีกยาวแต่โดยรวมแล้วจะเป็นขาขึ้นซะมากกว่า ซึ่งอารมน์นั้นจะผิดกับการปั่นขึ้นดอยสุเทพอยู่ค่อนข้างมาก

^ จุดหยุดพักแรกครับ ไม่มีอะไรมากหยุดแค่เพียงดืมขึ้นเท่านั้น "แต่ยอมรับเลยว่าเริ่มหมดแรงแล้ว" ตอนนี้ผมใช้เกียร์ 1-2 ถึง1-3 ตลอด เพราะเส้นทางยังอีกไกลมากๆ


^ มาถึงจุดแวะพักหนึ่งที่น่าสนใจคือหุบเขา "ต้นมะกอกเทศ"รู้สึกจะเป็นของโครงการหลวงสามารถลงไปท่องเทียวที่ตัวหมู่บ้านได้ แต่ครั้งนี้ผมขอเพียงชมทิวทัศน์อยู่ที่จุดชมวิวก็พอแล้วครับ เพราะกำลังหมดแรงกับถนนช่วงนี้ซึ้งเป็นขาขึ้นชันมากๆ ตลอด ซึ่งสาเหตุก็มาจาก.....

^ เราได้มาถึงจุดเริ่มต้นของเนินสุดโหดอันโด่งดังของเส้นสะเมิงโึค้ง 7 ศอก 7 พับ 7 นรกนั้นเอง ซึ่งเป็นโค้งที่อันตรายมากๆ มีการแจ้งระยะของโรงบาลไว้เสร็จสรรพให้รู้ว่าถ้าประมาทจนพลาดเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาละไม่ถึงมือหมอแน่นอน...

^ เส้นทางแต่ละโค้งจะชันมากๆ ๆ ๆ แล้วจะมีโค้งหักศอกหักไปมาตลอดเส้นทางจากสุดยอดดอยลงไปถึงตีนดอย เห็นแล้วดีใจที่ไม่ได้ปั่นมาจากทางแม่ริม ไม่งั้นเจอโค้งนี้ผมสลบแน่ๆ

^ ช่วงนี้น่าจะเป็นโค้งที่ 4 หรือ 5 แล้ว วีเบรคเริ่มออกเสียงแปลกๆ ออกมาแล้วซึ่งก็มาจากหน้าสัมผัสของผ้าเเบรคกับขอบล้อที่ร้อนจนเริ่มเกาะไม่อยู่ ทำให้ต้องคอยผ่อนเบรคไม่ให้เผลอกดค้างตลอดเวลาเพราะอาจทำให้เกิดอาการเบรคไม่อยู่ขึ้นมาได้ แล้วถ้าเกิดอาการแบบนั้นช่วงนี้ละก็ ....

^ ละก็ ... ลงเหวลูกเดียวแน่นอน

^ ตอนนี้ปั่นมาได้ราวๆ 2 ชัวโมงกว่าๆ แล้วเลยแวะพักจุดสังเกตุการณ์ไฟป่าที่ทิ้งร้างอย่ข้างทางเป็นที่กินข้าวมื้อนี้

^ มื้อนี้เป็นบิ๊กเปาใส้หมู 2 ลูกที่แอบขโมยมาจากตู้เย็นของพระราชบิดา

^ ระหว่างโซ้ยข้าวเที่ยง... ก็เจอเพื่อนร่วมทางที่เดินมาจากฝั่งแม่ริมเลยแลกเปลี่ยนข้อมูลเส้นทางข้างหน้ากัน โดยผมนั้นต้องเจอเนินขาขึ้นไปอีกราวๆ 10 กม. ก่อนจะถึงจุดตรวจสะเมิง (อยู่ 5 กม. ก่อนถึงอำเภอ) ซึ่งจะมีทางแยกไปอำเภอแม่ริมต่อไปอีกทีหนึ่ง ส่วนพี่เค้าต้องไปเจอโค้ง "โึค้ง 7 ศอก 7 พับ 7 นรก" ไม่รู้ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

^ เริ่มปั่นออกมาได้อีกซักพักมาเจอ 2 พี่ฝรั่งข้างทางเรียกไปกินขนม... มองกันไปมาแล้วร้องอ้อ!! เพราะเคยปั่นด้วยกันมาก่อนตอนปั่นเฉลิมพระเกียติ์ขึ้นดอยสุเืทพเมื่อวันที่ 2 ธันวา 2550 ที่ผ่านมา สอบถามพี่แกได้ใจความว่าแกไปปั่นขึ้นดอยสุเทพตอนเช้ามาแล้วปั่นกันมาตามเส้นแม่ริมก่อนจะปั่นขึ้นมาเส้นสะเมิงโดยจะไปลงทางหางดง .... ฟังแล้วผมหมดแรงแทนเลย

^ ในที่สุดก็เข้าเขตอำเภอสะเมิงแล้ว

^ จุดตรวจก่อนถึงอำเภอสะเมิงครับ อยู่ตรงทางแยกออกไปอำเภอแม่ริม แต่ผมจะยังไม่เข้าแม่ริมเพราะตั่งใจจะไปดู (กิน) ไร่สตอเบอรี่ที่อำเภอสะเมิงก่อน

^ แต่ปรากฎหว่าเหมือนคิดผิดไงไม่ทราบ!!เพราะนอกจากจะไม่เห็นผลสตอเบอร์รี่แล้วเส้นทางยังโหดพอสมควรเลย

^ สรุปถึงต้องไปปั่นไปกลับทางแยกร่วม 10 กม.โดนดูดแรงไปจนหมดสะภาพตอนนี้ถ้าเจอเนินปั่นได้ 300-400 เมตรพัก 2 นาทีตลอดครับ ยอมรับว่าหมดสภาพจริงๆ

^ อีก 30 กม. สลบ ...........

^ ถนนช่วง 6-7 กมแรกยังเป็นขึ้นดอยเช่นเดิมครับ แต่ไม่ค่อยชันเท่าใดนัก แต่สภาพที่หมดแรงแบบสุดๆ ตอนนี้แล้วยอมรับว่าผมเองก็ท้อเหมือนกัน



^ จุดชมวิวครับ สวยมากแถมยังได้พักเต็มๆ ซะที เลยได้โอกาศนวดเค้าเตอร์แพนซะเลย ได้แรงกลับมาพอสมควรเลย

^ หลังจากขึ้นเนินอยู่นานในที่สุดสิ่งรอคอยก็มาถึง "ช่วงขาลง" นั้นเอง อย่างว่าละยิ่งเราขึ้นเนินสูงเท่าไหร่ ข้างหน้าขาลงยังไงก็ต้องรออยู่นั้นละ!! แม้มันจะมาช้าไปหน่อยก็เถิด...

^ จากทิวทัศน์ป่าเขาเริ่มกลับมาเป็นชุมชนอีกครั้ง จนมาถึงช่วงที่เหล่ารีสอทย์ชื่อดังตั้งอยู่มากมาย ตอนนี้ปั่นสบายๆ แล้วครับเพราะเป็นขาลงตลอดสามารถกลับมาใช้เกีนร์ใหญ่เพื่อทำเวลาได้อีกครั้ง

^ ลำธารข้างถนนซึ่งมีต้นน้ำมาจากน้ำตกแม่สา (เดาเอา) เมื่อสิบกว่าปีก่อนเคยพาเพื่อนๆ และน้องๆ มาเทียวกัน ยังจำได้มิรู้ลืม

^ ช่วงปั่นผ่านสวนพระนางเจ้าสิริกิติ์คนเยอะพอสมควร คงเพราะมีการตั้งโต๊ะลงนามถวายพระพรด้วย!!

^ เพื่อนร่วมทาง

^ ทะลุอำเภอแม่ริมแล้วครับ!! รวมระยะทางทั้งหมด 76 กม. ใช่เวลาเดินทางราวๆ 7 ชัวโมง (ปั่นจริงราวๆ 5 ชัวโมงกว่า)

^ เลี้ยวซ้ายปั่นไปตามเส้นเชียงใหม่ - แม่ริม กลับเข้าไปยังตัวเมือง ช่วงนี้สบายมากๆ เพราะมีเส้นทางจักรยานเฉพาะเลยทำความเร็วได้ 30+ ตลอดทาง

^ เลี้ยวตัดเข้าศาลากลางมาออกบริเวญสนามกีฬา 700 ปี

^ ปั่นมาตามถนนเส้นเลียบคลองชลประทานอีกครั้ง

^ มาถึงบริเวญหลัง มช. เลี้ยวซ้ายตัดเข้าบริเวญสวนสุขภาพไปออกถนนหลัง รพ. มหาราช

^ ปั่นตามถนนหลัง รพ. มาอีกนิดเจอสี่แยกเลี้ยวขวา!!

^ และแล้วก็มาถึงจนได้ "ร้านพลอย" ร้านคู่บุญที่ตามเช่ากันมากว่าสิบปี
แต่พอมองตัวเองตามตัวมีแต่รอยขี้เกลือขึ้นเต็มตัวเป็นการคืนหนังสือที่หมักหม่มที่สุดของผมเลย

^ ปกติเวลามาคืนจะปั่นจากบ้านมาถึงร้านราวๆ 30 นาที แต่งานนี้ออกจากบ้านตอน 9.00 น. ตรง มาถึงเกือบ 17.00 น. แถมระยะทางเล่นไปเกือบ 100 กิโลซะอีก นี้คง "เป็นการคืนหนังสือการ์ตูนที่เมื่อยที่สุดตั้งแต่เกิดมาในชีวิตเลย"

^ ว่าแต่ไอ้เล่มใหม่ที่ยืมมาวันนี้จะปั่นจักรยานเส้นไหนไปคืนดีนะ ?

....


^ คิดแล้วสลบดีกว่า Zzz ...

=========================================

สรุปทริป (เฉพาะหางดง-สะเมิง-แม่ริม)

=========================================

• ความยาก : 8/10

• ทางราบ : 15%

• เนินชัน : 85%

• ระยะทาง : 76 กิโลฯ / เวลาตลอดทริป ~ 5:00 ชั่วโมง (ไม่ร่วมเวลาพัก)

• ประเภทรถ : จักรยานเสือภูเขา (MTB) / จักรยานเสือหมอบ (Road Bike)

• ข้อดี : เส้นทางหลากหลายและท้าทาย / ฝึกการใช้เกียร์ครบถ้วน / ธรรมชาติสวย / อากาศดี

• ข้อเสีย : เส้นทางมีระยะทางค่อนข้างไกลและส่วนใหญ่อยู่เขตป่า ควรตรวจสอบรถให้มั่นใจและเตรียมอุปกรณ์ซ่อมรถเบื้องต้นไปด้วย สิ่งสำคัญคือระวังไม่ให้ติดอยู่ข้างบนในช่วงเวลากลางคืนโดยเด็ดขาด

• คำแนะนำ : เป็นเส้นทางที่ดูครั้งแรกเหมือนจะง่าย แต่หลังจากปั่นไปได้ซักพักจะรู้ได้ว่ามันไม่สนุกเหมือนการปั่นขึ้นดอยสุเทพเลย หากอารมณ์ดอยสุเทพคือการปั่นอย่างสนุกสนานที่นี้คงเป็นการปั่นเพื่อทดสอบความสามารถและความอดทนของตัวเองซะมากกว่า เอกลักษณ์จุดหนึ่งของถนนเส้นนี้คงเป็นเส้นทางที่มีลักษณะดูหลอกตาคล้ายว่าเราอยู่บนทางราบหรือเนินขาลง แต่ความจริงกลับตรงกันข้ามเพราะเรากำลังอยู่บนเนินสูงที่มีขนาดใหญ่มากๆ จนหลอกสายตาอยู่นั้นเอง ดังนั้นจึงเป็นทริปที่ต้องใจเย็นรวมถึงใช้กำลังใจสูงมากๆ ทริปหนึ่ง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมไม่แนะนำให้ปั่นท่านเดียวโดยเด็ดขาด และก่อนไปควรแจ้งให้เพื่อนที่สามารถสนับสนุนช่วยเหลือเราได้เตรียมพร้อมไว้ด้วย

---------------------------------------------------------------------------------------------

Comment

Comment:

Tweet

ควรไปเดือนไหนครับ

#4 By วรธนพันธุ์ อรัญญาเกษมสุข (171.5.85.124) on 2013-08-03 14:53

ฝรั่งคนที่ใส่เสื้อสีเขียว ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะเป็นคนที่ได้รองแชมป์ขึ้นดอยอินทนนท์เมื่อ 24 เมษายนที่ผ่านมาครับเป็นชาวเยอรมันนชื่อ Mr Tomas

#3 By Tiger วุฒิ (118.172.59.174) on 2008-08-07 21:00

ขนาดนั่งรถยังเหนื่อยเลย
นี่ปั่นไปหรอ โห sad smile
เอ้ เอ้... ชอบหงะ ชอบ ประทับใจ ประทับใจ confused smile confused smile

#1 By Phuket Tours by Okali on 2008-01-01 09:45