1000TRIPS

(คลิ๊กสำหรับแผนที่ใหญ่)

 

เส้นทางนี้เป้นเส้นทางซ้อมสำหรับนักปั่นระดับต้นไปถึงนักปั่นระดับกลางที่ต้องการเส้นทางที่เรียบมีทั้งทางราบและเนินให้ทดสอบตนเองตลอดเส้นทาง นอกจากนั้นตลอดเส้นทางยังผ่านทั้งเขตหมู่บ้าน แหล่งท่องเทียวและอุทยานแห่งชาติจึงมั่นใจได้ว่า ในขณะปั่นถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นยางแตกโซ่ขาด คุณจะมีร้านปะยางที่มีเครื่องมือให้คุณพร้อมตามหมู่บ้านที่มีอยู่เป็นระยะๆ ตลอดทั้งเส้นแน่นอน ดังนั้นสำหรับมือใหม่จึงเป็นเส้นทางซ้อมที่ค่อนข้างดี อีกทั้งเส้นทางนี้เรายังจะได้ชทธรรมชาติสวยงามมากมายที่รับรองว่าคุณจะหาไม่ได้จากแหล่งใดๆ แน่นอน!!! ในเขตใกล้ตัวเมืองเชียงใหม่

^เส้นทางผมเริ่มต้นที่หมู่บ้าน OTOP เหมืองกุงซึ่งอยู่บริเวณเส้นทางสะเมิง-หางดง ที่มีจุดเด่นคือหม้อน้ำดินเผาขนาดยักษ์ซึ่งตั่งอยู่หน้าหมู่บ้าน

^ ปั่นตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่สะเมิงจนมาถึงสี่แยกซึ่งตัดกับคองชลประทานหากเลี้ยวขวาจะมุ่งสู่พืชสวนโลก แต่เราจะตรงไปครับโดยมีภูเขาข้างหน้าเป็นจุดหมายปลายทาง

^ มาเจอป้ายนี้ก็อย่าเพิ่งตกใจครับ เพราะจุดหมายของเรานั้นจะอยู่ช่วงกลางๆ (15 กิโลเมตร) ซึ่งอนาคตหากเรามั่นใจแล้วจะลองปั่นยาวไปถึงสะเมิงก็ไม่เสียหายแต่ระดับความโหดนั้นจะเพิ่มขึ้นไป 2-3 เท่าทีเดียวครับ มุ่งหน้าไปตามถนนใหญ่เส้นนี้ผ่านหมู่บ้านฟ่อน ซึ่งมีทางลัดสามารถไปออกพืชสวนโลกและสวนสัตว์ไนท์ซาฟารีย์ได้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีนักปั่นหลายๆ ท่านฝึกซ้อมเป็นประจำอยู่เช่นกัน ซึ่งวันหลังจะมาแนะนำต่อไป

^ ปั่นไปซัก 5-6 กิโลฯ ก็จะเจอจุดแวะพักหมายเลข 1 แต่ถ้าใครคิดว่ามีแรงไปต่อก็ลุยต่อได้ทันทีครับ ซึ่งจากจุดนี้ไปเราจะได้พบกับเส้นทางที่ต้องตัดผ่านป่าธรรมชาติกันแล้ว

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

^ จากจุดแวะพัก 1 ไม่ไกลนักเราจะเลี้ยวซ้ายมาตามถนน เราจะอยู่ช่วงถนนใหญ่ตัดมาตามไหลภูเขา โดยมีผาลึกซึ่งอยู่ด้านขวามือตลอดเส้นทาง หากได้มาช่วงเช้าจะทิวทัศย์ที่สวยงามมาก อย่างในวันที่ถ่ายรูปมานี้ก็จะมีละอองหมอกมากระทบตลอดทาง สะท้อนกับแสงแดดยามเช้า สุดยอดวิวจริงๆ

^ ปั่นมา 2-3 กิโลฯ เราจะผ่านเส้นภูเขา เข้าสู่ช่วงหมู่บ้าน (บ้านปงใต้) อีกครั้งหนึ่งซึ่งช่วงนี้แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้เกียร์ 2-5 หรือ 2-6 เพราะพอออกจากหมู่บ้านไม่นี้ไม่นานนัก ก็เริ่มจะมีช่วงเนินภูเขาความชันระดับต้นๆ ให้ทดสอบกัน 3-4 เนิน สำหรับมือใหม่แนะนำให้ค่อยไปจะดีกว่านะครับอย่าพยามฝืนนัก เพราะข้างหน้ายังมีโหดกว่านี้รออยู่ แนะนำว่าควรหยุดพักที่จุดแวะพักที่ 2 ซึ่งอยู่บริเวญล้านนารีสอร์ท

^ จากล้านนารีสอร์ทเราจะต้องพบกับเนินระดับกลาง 2 เนิน แต่จุดที่ยากของสองเนินนี้คือเป็นเนินที่เป็นทางโค้งหักมุม และมีระยะทางค่อนข้างไกล แนะนำเกียร์ในการปั่นควรอยู่ในช่วง 2-3 หรือ 2-5 ตามแต่ความสามารถแต่ละท่าน (ในรูปคือเนิน 1)

^ บนเนิน 1 นั้นเป็นที่ตั้งของวัดคีรีเขต

^ เนิน 2 นั้นจะโหลดกว่าเนิน 1 พอสมควรเพราะระยะทางยาวกว่านอกจากนั้นยักมีโค้งหักไปถึง 3 โค้ง ได้เหงื่อแน่นอนครับ


^ มาถึงแล้วกฤษดาดอยปลายทางของเรา


^ แต่ เอ๊!! นั้นเนิน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ แบบนี้ต้องขอต่อทริปขึ้นไปอีกดีกว่า โดยเนินนี้เป็นเนินระดับชันมากแถมยังยาวมากๆ เกือบ 1 กิโล ประกอบขึ้นจากด้วยโค้งหักศอก 3 โค้ง ดังนั้นความโหดจึงสยองใช้ได้เลย (ท่านใดปั่นขึ้นดอยสุเทพประมาณเนินสุดท้ายนั้นละครับ) ผมขอแนะนำเกียร์ 1-3 ไปถึง 1-5 ครับ สำหรับมือใหม่นั้นครั้งแรกอย่าไปฝืนจนหมด เหนือยก็พักไว้ก่อนเพราะถ้าไปหมดแรงขากลางทางมีโอกาศกลิ้งลงสูงมากจากอาการขาอ่อนกระทันหัน ซึ่งระหว่างโค้งแต่ชุดจะมีซอยเล็กๆ ให้หักรถเข้าจอดพักได้ทันที

^ ปลายของเนินอันน่าสยองขอพักหน่อยละกัน !!!!

^ ปั่นตามทางมาอีกเกือบกิโลฯ ผ่านรีสอร์ท 2-3 แห่งรวมถึงหมู่บ้านชาวไทยภูเขาซึ่งในวันหยุดคนจะค่อนข้างคึกคัก พอพ้นมาจะข้ามสะพานแล้วตามถนนเลี้ยวซ้ายไปตามทางพอพ้นหัวโค้งก็จะมาถึงปลายทางของเราในทริปนี้

^ มาถึงแล้วจุดแวะพักสุดท้ายทั้งด้านซ้ายละขวาเป็นน้ำตก รับรองว่าเห็นแล้วหายเหนื่อยแน่นอน!! ซึ่งพอแรงกลับมาก็ถึงเวลาย้อนกลับตามเส้นทางเดิมซึ่งจะค่อนข้างสะบายแล้วเพราะจะเป็นขาลงตลอด ความเร็วบางช่วงอาจพุ่งไปถึง 55 กิโลฯ ยังไงก็ควรระวังเรื่องเบรคและอุบัติเหตุกันด้วยนะครับ

=========================================

สรุปทริป

=========================================

• ความยาก : 6/10

• ทางราบ : 75%

• เนินชัน : 25%

• ระยะทาง (ไปกลับ) : 34 กิโลฯ / เวลาตลอดทริป ~ 1:40 ชั่วโมง

• ประเภทรถ : จักรยานเสือภูเขา (MTB) / จักรยานเสือหมอบ (Road Bike)

• ข้อดี : เส้นทางหลากหลาย / ฝึกการใช้เกียร์ครบถ้วน / ธรรมชาติสวย / อากาศดี / มีหมู่บ้านร้านค้าร้านปะยางตลอดเส้นทาง / สามารถอัพระยะเพื่อท้าทายความสามารถตัวเองได้อีกค่อนข้างมาก

• ข้อเสีย : มีรถโรงเรียน รถบรรทุกเยอะพอสมควรในช่วงสาย / เขตป่าบางช่วงค่อนข้างอันตรายจากงูดังนั้นไม่ควรแวะพักตามข้างทางที่เป็นป่ารกทึบ

• คำแนะนำ : แม้จะอยู่ในป่าเขาแต่มีรถบรรทุกเข้าออกโดยตลอด ควรมีแว่นกันฝุ่นรวมถึงขับชิดไหล่ทางเสมอ ส่วนใครที่กลัวหนามแทงยางรั่วนั้นหายห่วยครับ เพราะระหว่างทางแทบไม่มีต้นไมยราฟขึ้นเลย จากที่ปั่นมา 1 เดือนแทบทุกวันนั้นยังไม่เคยยางรั่วซักครั้ง

---------------------------------------------------------------------------------------------

(คลิ๊กสำหรับแผนที่ใหญ่)

 

วันนี้ขอแนะนำทริปหรือเส้นฝึกซ้อมสำหรับชาวเสือหมอบผู้รักความเร็วหรือเสือภูเขาผู้รักการปั่นแบบทัวร์ริ่ง (ท่องเทียวระยะไกล) ซึ่งนับวันในตัวเมืองเชียงใหม่นั้นจะที่ฝึกซ้อมการปั่นแบบนี้ได้น้อยเหลือเกิน เพราะต้องการเส้นทางที่มีระยะทางไกลพอสมควรและเส้นทางราบเรียบและปลอดภัยเพื่อที่จะไม่ให้ล้ออันบอบบางของชาวเสือหมอบต้องแตกกระจายก่อนวันอันควร นอกจากนั้นก้ต้องเป็นเส้นทางที่สามารถฝึกทำความเร็วได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีรถหรือจักรยานยนต์มาเป็นอุปสรรค ซึ่งวันนี้ผมจะขอแนะนำเส้นทาง "เก่า" แต่เพิ่งทำขึ้นมา "ใหม่" ให้เพื่อนๆ ชาวเสือหมอบหรือเสือภูเขาที่ต้องการทดสอบความเร็วของตนแบบยาวๆ ได้ลองมาใช้บริการกันดู ซึ่งเส้นทางที่ว่านั้นก็คือเส้นเลียบคลองชลประทานแยกพืชสวนโลก - สันป่าตอง ซึ่งกำลังก่อนสร้างใหม่หมดจดนั้นเอง

^เรามาเริ่มต้นทริปนี้กันที่วงเวียนราชพฤกย์ซึ่งเป็นที่จัดงานพืชสวนโลกเมื่อปีที่ผ่านมานั้นเอง ซึ่งตอนนี้เพื่อนก็สามารถเข้าไปปั่นภายในกันได้แต่จะเปิดเฉพาะเวลา 8.00 - 20.00 เท่านั้น แต่วันนี้ผมมาเช้าไปหน่อยเขาเลยยังปิดอยู่ครับ จากจุดนี้ยังมีเส้นทางแยกไปได้อีกหลายทริปเช่นเส้นทางขึ้นพระธาตุดอยคำหรือเส้นทางไปสวนสัตร์ไนท์ซาฟารีไปออกเส้นขึ้นสะเมิงที่เคยได้แนะนำไว้ในทริปหมายเลข ๑

^เริ่มต้นปั่นมาออกไปทางถนนใหญ่เพื่อออกเส้นคลองชลประทาน ผมเริ่มปั่นราวๆ 7.30 น. อากาศกำลังดีเลยครับ แต่จะแย่หน่อยตรงที่แสงอาทิตย์มันแทงตาไปนิด แนะนำว่าควรหาแว่นกันแดดเตรียมไว้ด้วย แต่ขอแนะนำว่าทริปนี้จริงๆ ควรปั่นซัก 8.30 น. จะดีกว่า ส่วนเหตุผลเดียวดูต่อไปจะรู้เอง

^มาถึงสี่แยกแล้วถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปแม่เหี๊ยหรือเข้าเมือง ถ้าตรงไปจะไปออกเส้นเชียงใหม่-หางดง แต่เราจะเลี้ยวขวาเพื่อไปหางดง-สันป่าตองเลียบคลองชลประทานเอาครับ

^ถนนเลียบคลองชลประทานนั้นหลายๆ ท่านคงรู้จักกันดีอยู่แล้วไม่มีอะไรต้องบรรยายกันมาก

^มาได้ซัก 2-3 กิโลฯ จะมาถึงสี่แยกขึ้นสะเมิงที่เคยได้แนะนำไว้ใน ทริปหมายเลข ๑ ซึ่งรอบนี้เราจะตรงไปครับ (ถ้าจะขึ้นสะเมิงก็เลี้ยวขวา)

^มาได้ไม่กี่เมตรก็จะเจอป้ายโครงการที่เราตามหาอยู่ครับ จากจุดนี้จะเริ่มต้นทริปนี้จริงๆ กันแล้ว เริ่มต้นใส่เกียร์สูงเตรียมอัดความเร็วกันได้เลย

^ถนนนั้นยังใหม่สดๆ อยู่เลยครับ เรียกว่าแม้แต่เส้นแบ่งถนนก็ยังไม่มี เป็นสาวๆ ก็คงเรียกว่าไร้มลทินได้เลย แต่ตอนที่ผมปั่นนั้นจะมีรถออกจากตามหมู่บ้านเพื่อไปทำงานตอนเช้ารวมถึงรถรับส่งนักเรียนอยู่ค่อนข้างมากครับ คิดว่าสายๆ รถน่าจะบางตาลงไปบ้างเพราะผมเคยมาปั่นที่นี้ช่วงสายๆ หลายครั้งแล้วรถน้อยมากๆ

^บรรยากาศยามเช้าเยี่ยมไปเลยครับ!!

^มาได้ซัก 4-5 กิโลฯ สีถนนเปลี่ยนไปเพราะเป็นช่วงที่สร้างตอนเริ่มๆ โครงการเลย แต่เส้นแบ่งถนนก็ยังไม่มีอยู่ดี แต่รู้สึกจะมีกองฝุ่นข้างทางค่อนข้างมากเหมือนกัน เวลาปั่นก็ต้องระวังกันหน่อย

^ปั่นมาพักใหญ่ๆ ๆ ก้เจอกับป้ายนี้ซึ้งหมายความว่าทางข้างหน้ายังไม่เสร็จจ้า ชาวเสือหมอบคงต้องย้อนกลับแล้ว แต่วันนี้เอาเสือภูเขามาเดียวขอไปต่อเพื่อนจะดูว่าถ้าเสร็จ 100% แล้วถนนเส้นนี้จะไปถึงไหน

^ก่อนไปดูไมล์ระยะทางได้ 14.5 กิโลฯ ไปกลับสำหรับเสือหมอบก็ราวๆ 30 กิโลฯ ช่วงในการได้อัด-ได้พักถือว่ากำลังดีสำหรับฝึกเลย ส่วนใครจะเอากันกี่รอบอันนี้แล้วแต่กำลังของแต่ละคนครับ

^ไปต่อเส้นทางปูทรายๆ ปูหินครับ เสือหมอบห้ามเด็ดขาด!!! เกิดยางพลิกเดียวหาไม่เตือน แต่สำหรับเสือภูเขาเอาฝึกปั่นบนหินบนทรายลื้นๆ นี้ โอเคเลยครับ ปั่นยากใช้ได้เลย

^ช่วงนี้เริ่มไม่เป็นถนนแล้ว!!! แถมฝุ่นเยอะมาก ....

^แต่ไม่นานก็มาถึงจุดสุดโครงการจนได้ จะเป็นทางแยกซ้ายไปออกสันป่าตองครับ ซึ่งต้องไปอีกราวๆ 3-4 กิโลฯ ถึงจะไปทะลุกับถนนเส้นหลักเชียงใหม่-สันป่าตอง นอกจากนั้นจุดนี้ยังสุดสิ้นสุดของคลองชลประทานที่จะแยกซอยกลายเป็นคลองเล็กไปสู่พื้นที่การเกษตรอีกทีหนึ่ง เชื่อว่าชาวเชียงใหม่ส่วนใหญ่ก็คงสงสัยกันมานานแล้วว่าคลองชลประทานมันจะไปสุดที่ไหนกันนะ? คำตอบก็อยู่ตรงนี้แล้วครับ

^ ดูไมล์แล้วระยะทางอยู่ีที่ 16.2 กิโลฯ ถ้าโครงการเสร็จสมบูรณ์ถนนเส้นนี้จะยาว 20 กิโลฯ พอดี ตอนนั้นคงปั่นกันได้สนุกกว่านี้ แต่วันนี้คงต้องหันกลับกันตรงนี้ก่อนเพราะเส้นทางข้างหน้ากำลังก่อนสร้างซึ่งผมเคยไปลุยมาแล้ว ต้องขอบอกเลยว่าน้องๆ ขี่แบบดาร์วฮิลว์เลยละครับ ส่วนใครที่รู้สึกว่าไปกลับแค่ 32 กิโลฯ ไม่ค่อยได้เหงื่อจะขอเพิ่มซัก 2-3 รอบก็ไม่ว่ากันครับ ...

^ ขากลับช่วง 8.30 น. ถนนโล่งจนน่ากลัวเลยละ 5 5 5 5 5 5 5 5 ไอ้เรานึกว่ามาเช้ารถนะโล่ง ถนนเส้นนี้กลับตรงกันข้ามซะนิ แต่ก็ดีสำหรับคนตื่นสายแบบผมละ

=========================================

สรุปทริป

=========================================

• ความยาก : 3/10

• ทางราบ : 100%

• เนินชัน : 0%

• ระยะทาง (ไปกลับ) : 32 กิโลฯ / เวลาตลอดทริป ~ 1:00 ชั่วโมง

• ประเภทรถ : จักรยานเสือภูเขา (MTB) / จักรยานเสือหมอบ (Road Bike)

• ข้อดี : เส้นทางกว้างขวางและตรงตลอด / ฝึกการสปินท์และการออกทัวระยะไกลได้ดี / ธรรมชาติสวย / อากาศดี / มีหมู่บ้านร้านค้าร้านปะยางตลอดเส้นทาง

• ข้อเสีย : มีรถโรงเรียน รถบรรทุกเยอะพอสมควรในช่วงเช้าแต่หายไปในช่วงหลัง 8.00 น. / เนื่องจากถนนยังไม่เปิดใช้ทำให้ช่วงปลายของโครงการณ์ยังมีการก่อสร้างอยู่ นอกจากนั้นข้างทางยังมีกองฝุ่นอยู่หลายจุดที่ต้องคอยระวังกันให้ดี

• คำแนะนำ : เป็นเส้นทางที่ดูไม่ยากอะไรซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่ก็เป็นเส้นทางที่เราสามารถปั่นด้วยความเร็วสูงสุดกันได้อย่างเต็มที่แถมยังมีระยะทางที่ค่อนข้างยาว ซึ่งเหมาะสำหรับใช้เป็นเส้นทาง "ฝึก" สำหรับชาวเสือหมอบหรือคนที่เน้นการปั่นออกทริปท่องเทียวไกลๆ ข้ามจังหวัดได้มาฝึกกำลังขากัน โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยมีเวลาตื่นเช้าตรู่ก่อนไก่ขันมาฝึกช่วงเวลาที่ถนนในเมืองเชียงใหม่โล่งๆ ด้วยแล้ว ถนนเส้นนี้จะเหมาะเป็นพิเศษเพราะยิ่งสายแดดออกเท่าไรรถก็ยิ่งโล่งเท่านั้น!!! แตในทางกลับกันในช่วงเย็นๆ ถึงค่ำรถก็กลับมาครึกคักอีกครั้งเพราะชาวบ้านจะเริ่มทยอยกลับจากทำงานกันแล้ว... จึงต้องกะเวลาในจุดนี้ให้ดีด้วยละ

---------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องราวเริ่มต้นตอนเช้ามืดของคืนวันส่งท้ายปีเก่า กระทาชายผู้หนึ่งตื่นนอนขึ้นมาด้วยอารมห์จุดเสียดแน่นท้องอย่างสุดๆ เนื่องมาจากเมือวันก่อนไปโซ้ยปุฟเฟ่ที่ G&M มาแบบไม่ยั้ง แต่แล้วกระทาชายนายนั้นก็ต้องสะดุ๊งเมื่อเหลือบไปเห็นกองหนังสือการ์ตูนกองหนึ่งเข้า จนต้องกระโดดลุกจากเตียงเปิดคอมเรียกหาสหายคู่ใจทางเอ็มเอสเอนทันทีทันใด!!!

กระดิ่งทอง : เอ้!! มาโฮระบะที่ยืมมาตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้เอาไปคืนร้านเลย วันนี้ร้านจะหยุดตอนเยนด้วยสิ!!
เจคุง : สงสัยจะช้าไปแล้วมั่งวันก็ 31 แล้ว เกิดออกไปตอนนี้รถต้องติดมหาโหดแน่ๆ ไปคืนหลังปีใหม่แล้วกัน
กระดิ่งทอง : แต่ถ้าไม่คืนภายในวันนี้ค่าปรับมันจะไม่ปาน!! จนไปซื้อการ์ตูนอ่านซะยังจะถูกกว่าเลยนะสิ
เจคุง : งั้นก็ลองไปถนนเส้นที่ี่ชาวบ้านเขาไม่ค่อยไปกันสิ รถจะได้โล่งๆ
กระดิ่งทอง : เส้นทางที่ไม่ค่อยมีคนไปหรือ ......
กระดิ่งทอง : งั้นไปเส้นนี้แล้วกันนะ รถไม่ติดแน่ๆ \(>.<)/

 

รายละเอียดเส้นทาง "หางดง -สะเมิง - แม่ริม"

(คลิ๊กสำหรับแผนที่ใหญ่)

เส้นทางขึ้นยังตัวอำเภอสะเมิงนั้นนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ผมได้แนะนำ (• เปิดทริปหมายเลข ๑ "แยกสะเมิง-กฤษดาดอย") แต่ครั้งนั้นจะเป็นเส้นฝึกซ้อมซะมากกว่า แต่ครั้งนี้ผมตั้งจะทดสอบความสามารถของตัวเองว่าหลังจากฝึกซ้อมมา 4 เดือนนี้เราก้าวหน้าไปขนาดไหนกันนะ? โดยเส้นทางสะเมิงนั้นหาว่ากันจริงๆ เป็นถนนที่สร้างเสร็จราวๆ ช่วงปี 2524-2528 ซึ่งขณะนี้ตัวถนนก็อายุกว่า 20 ปีแล้ว แม้ถนนช่วงล่างจะได้รับการดูแลอย่างดีแต่สำหรับช่วงถนนบนยอดดอยแล้วยังเป็นเส้นดั่งเดิมซึ่งสะภาพแม้จะไม่น่าเกียจอะไร แต่ก็มีหลายๆ ช่วงที่นักปั่นต้องคอยระวังอยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะกองใบไม้ กองหิน ที่สะสมกันมายาวนาน.... โดยการที่จะขึ้นไปยังอำเภอสะเมิงนั้นสามารถไปด้วยกันราวๆ 3 เส้นทางคือจากอำเภอปาย อำเภอหางดง และ อำเภอแม่ริม โดยเส้นทางที่นักท่องเทียวนิยมกันมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเส้นทางหางดงและแม่ริม เพราะจะมีแหล่งท่องเที่ยวชื่่อดังมากมายตลอดเส้นทางรวมไปสะภาพป่าเขาที่ยังสมบูรณ์หาชทได้ยากในตลอดเส้นทางการเดินทาง โดอยทริปนี้นั้นผมจะใช้เส้นทางเริ่มต้นจากอำเภอหาดงขึ้นไปถึงอำเภอสะเมิองแล้วปั่นกลับมาออกทางอำเภอแม่ริม ก่อนที่สุดท้ายจะปั่นทางเรียบยาวกลับเข้าไปยังตัวเมืองเชียงใหม่ ราวเส้นทางแล้วราวๆ 100 กม. กันเลยทีเดียวละครับ โดยการเตรียมตัวครั้งนี้ไม่มีอะไรมากแต่ขอแนะว่าให้เตรียมอาหารเทียงและน้ำดืมไปให้เพียงพอ

 

^ เส้นทางเริ่มต้นยังคงเป็นช่วงสีแยกสะเมิง-หางดง หน้าหมู่บ้าน OTOP เหมืองกุง โดยครั้งนี้ผมเริ่มออกเดินทางราวๆ 9.00 น

^ เชียงใหม่ 11 กม. คือไปตามเส้นเลียบคลองชลประทาน ส่วนสะเมิง 38 กิโลนั้นจะเป็นอีกเส้นทางหนึ่ง

^ เพื่อไม่เสียเวลาผมขอตัดเส้นทาง 16 กม. แรกออกไปเลยเพราะส่วนใหญ่เป็นทางเรียบ • เปิดทริปหมายเลข ๑ "แยกสะเมิง-กฤษดาดอย" ซึ่งจุดสิ้นสุดนั้นจะอยู่บริเวญเหนือกฤษดาดอยขึ้นไปราว 1 กม. และจากจุดนี้ผมขอบอกแบบเปิดอกเลยนอกจากจะไม่เคยปั่นแล้ว ผมยังไม่ได้ใช้เส้นทางเส้นนี้มากว่าสิบปี!!

^ ถนนช่วงนี้ยังคงต้องผ่านหมู่บ้านหลายๆ เช่นเดิม สภาพถนนนั้นค่อนข้างดี แต่เพราะการจะไปยังอำเภอสะเมิงนั้นเราต้องตัดผ่านภูเขาสูงหลายๆ ลูกจึงจะมีทั้งเนินชันและช่วงเนินลงให้ปั่นอีกยาวแต่โดยรวมแล้วจะเป็นขาขึ้นซะมากกว่า ซึ่งอารมน์นั้นจะผิดกับการปั่นขึ้นดอยสุเทพอยู่ค่อนข้างมาก

^ จุดหยุดพักแรกครับ ไม่มีอะไรมากหยุดแค่เพียงดืมขึ้นเท่านั้น "แต่ยอมรับเลยว่าเริ่มหมดแรงแล้ว" ตอนนี้ผมใช้เกียร์ 1-2 ถึง1-3 ตลอด เพราะเส้นทางยังอีกไกลมากๆ


^ มาถึงจุดแวะพักหนึ่งที่น่าสนใจคือหุบเขา "ต้นมะกอกเทศ"รู้สึกจะเป็นของโครงการหลวงสามารถลงไปท่องเทียวที่ตัวหมู่บ้านได้ แต่ครั้งนี้ผมขอเพียงชมทิวทัศน์อยู่ที่จุดชมวิวก็พอแล้วครับ เพราะกำลังหมดแรงกับถนนช่วงนี้ซึ้งเป็นขาขึ้นชันมากๆ ตลอด ซึ่งสาเหตุก็มาจาก.....

^ เราได้มาถึงจุดเริ่มต้นของเนินสุดโหดอันโด่งดังของเส้นสะเมิงโึค้ง 7 ศอก 7 พับ 7 นรกนั้นเอง ซึ่งเป็นโค้งที่อันตรายมากๆ มีการแจ้งระยะของโรงบาลไว้เสร็จสรรพให้รู้ว่าถ้าประมาทจนพลาดเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาละไม่ถึงมือหมอแน่นอน...

^ เส้นทางแต่ละโค้งจะชันมากๆ ๆ ๆ แล้วจะมีโค้งหักศอกหักไปมาตลอดเส้นทางจากสุดยอดดอยลงไปถึงตีนดอย เห็นแล้วดีใจที่ไม่ได้ปั่นมาจากทางแม่ริม ไม่งั้นเจอโค้งนี้ผมสลบแน่ๆ

^ ช่วงนี้น่าจะเป็นโค้งที่ 4 หรือ 5 แล้ว วีเบรคเริ่มออกเสียงแปลกๆ ออกมาแล้วซึ่งก็มาจากหน้าสัมผัสของผ้าเเบรคกับขอบล้อที่ร้อนจนเริ่มเกาะไม่อยู่ ทำให้ต้องคอยผ่อนเบรคไม่ให้เผลอกดค้างตลอดเวลาเพราะอาจทำให้เกิดอาการเบรคไม่อยู่ขึ้นมาได้ แล้วถ้าเกิดอาการแบบนั้นช่วงนี้ละก็ ....

^ ละก็ ... ลงเหวลูกเดียวแน่นอน

^ ตอนนี้ปั่นมาได้ราวๆ 2 ชัวโมงกว่าๆ แล้วเลยแวะพักจุดสังเกตุการณ์ไฟป่าที่ทิ้งร้างอย่ข้างทางเป็นที่กินข้าวมื้อนี้

^ มื้อนี้เป็นบิ๊กเปาใส้หมู 2 ลูกที่แอบขโมยมาจากตู้เย็นของพระราชบิดา

^ ระหว่างโซ้ยข้าวเที่ยง... ก็เจอเพื่อนร่วมทางที่เดินมาจากฝั่งแม่ริมเลยแลกเปลี่ยนข้อมูลเส้นทางข้างหน้ากัน โดยผมนั้นต้องเจอเนินขาขึ้นไปอีกราวๆ 10 กม. ก่อนจะถึงจุดตรวจสะเมิง (อยู่ 5 กม. ก่อนถึงอำเภอ) ซึ่งจะมีทางแยกไปอำเภอแม่ริมต่อไปอีกทีหนึ่ง ส่วนพี่เค้าต้องไปเจอโค้ง "โึค้ง 7 ศอก 7 พับ 7 นรก" ไม่รู้ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

^ เริ่มปั่นออกมาได้อีกซักพักมาเจอ 2 พี่ฝรั่งข้างทางเรียกไปกินขนม... มองกันไปมาแล้วร้องอ้อ!! เพราะเคยปั่นด้วยกันมาก่อนตอนปั่นเฉลิมพระเกียติ์ขึ้นดอยสุเืทพเมื่อวันที่ 2 ธันวา 2550 ที่ผ่านมา สอบถามพี่แกได้ใจความว่าแกไปปั่นขึ้นดอยสุเทพตอนเช้ามาแล้วปั่นกันมาตามเส้นแม่ริมก่อนจะปั่นขึ้นมาเส้นสะเมิงโดยจะไปลงทางหางดง .... ฟังแล้วผมหมดแรงแทนเลย

^ ในที่สุดก็เข้าเขตอำเภอสะเมิงแล้ว

^ จุดตรวจก่อนถึงอำเภอสะเมิงครับ อยู่ตรงทางแยกออกไปอำเภอแม่ริม แต่ผมจะยังไม่เข้าแม่ริมเพราะตั่งใจจะไปดู (กิน) ไร่สตอเบอรี่ที่อำเภอสะเมิงก่อน

^ แต่ปรากฎหว่าเหมือนคิดผิดไงไม่ทราบ!!เพราะนอกจากจะไม่เห็นผลสตอเบอร์รี่แล้วเส้นทางยังโหดพอสมควรเลย

^ สรุปถึงต้องไปปั่นไปกลับทางแยกร่วม 10 กม.โดนดูดแรงไปจนหมดสะภาพตอนนี้ถ้าเจอเนินปั่นได้ 300-400 เมตรพัก 2 นาทีตลอดครับ ยอมรับว่าหมดสภาพจริงๆ

^ อีก 30 กม. สลบ ...........

^ ถนนช่วง 6-7 กมแรกยังเป็นขึ้นดอยเช่นเดิมครับ แต่ไม่ค่อยชันเท่าใดนัก แต่สภาพที่หมดแรงแบบสุดๆ ตอนนี้แล้วยอมรับว่าผมเองก็ท้อเหมือนกัน



^ จุดชมวิวครับ สวยมากแถมยังได้พักเต็มๆ ซะที เลยได้โอกาศนวดเค้าเตอร์แพนซะเลย ได้แรงกลับมาพอสมควรเลย

^ หลังจากขึ้นเนินอยู่นานในที่สุดสิ่งรอคอยก็มาถึง "ช่วงขาลง" นั้นเอง อย่างว่าละยิ่งเราขึ้นเนินสูงเท่าไหร่ ข้างหน้าขาลงยังไงก็ต้องรออยู่นั้นละ!! แม้มันจะมาช้าไปหน่อยก็เถิด...

^ จากทิวทัศน์ป่าเขาเริ่มกลับมาเป็นชุมชนอีกครั้ง จนมาถึงช่วงที่เหล่ารีสอทย์ชื่อดังตั้งอยู่มากมาย ตอนนี้ปั่นสบายๆ แล้วครับเพราะเป็นขาลงตลอดสามารถกลับมาใช้เกีนร์ใหญ่เพื่อทำเวลาได้อีกครั้ง

^ ลำธารข้างถนนซึ่งมีต้นน้ำมาจากน้ำตกแม่สา (เดาเอา) เมื่อสิบกว่าปีก่อนเคยพาเพื่อนๆ และน้องๆ มาเทียวกัน ยังจำได้มิรู้ลืม

^ ช่วงปั่นผ่านสวนพระนางเจ้าสิริกิติ์คนเยอะพอสมควร คงเพราะมีการตั้งโต๊ะลงนามถวายพระพรด้วย!!

^ เพื่อนร่วมทาง

^ ทะลุอำเภอแม่ริมแล้วครับ!! รวมระยะทางทั้งหมด 76 กม. ใช่เวลาเดินทางราวๆ 7 ชัวโมง (ปั่นจริงราวๆ 5 ชัวโมงกว่า)

^ เลี้ยวซ้ายปั่นไปตามเส้นเชียงใหม่ - แม่ริม กลับเข้าไปยังตัวเมือง ช่วงนี้สบายมากๆ เพราะมีเส้นทางจักรยานเฉพาะเลยทำความเร็วได้ 30+ ตลอดทาง

^ เลี้ยวตัดเข้าศาลากลางมาออกบริเวญสนามกีฬา 700 ปี

^ ปั่นมาตามถนนเส้นเลียบคลองชลประทานอีกครั้ง

^ มาถึงบริเวญหลัง มช. เลี้ยวซ้ายตัดเข้าบริเวญสวนสุขภาพไปออกถนนหลัง รพ. มหาราช

^ ปั่นตามถนนหลัง รพ. มาอีกนิดเจอสี่แยกเลี้ยวขวา!!

^ และแล้วก็มาถึงจนได้ "ร้านพลอย" ร้านคู่บุญที่ตามเช่ากันมากว่าสิบปี
แต่พอมองตัวเองตามตัวมีแต่รอยขี้เกลือขึ้นเต็มตัวเป็นการคืนหนังสือที่หมักหม่มที่สุดของผมเลย

^ ปกติเวลามาคืนจะปั่นจากบ้านมาถึงร้านราวๆ 30 นาที แต่งานนี้ออกจากบ้านตอน 9.00 น. ตรง มาถึงเกือบ 17.00 น. แถมระยะทางเล่นไปเกือบ 100 กิโลซะอีก นี้คง "เป็นการคืนหนังสือการ์ตูนที่เมื่อยที่สุดตั้งแต่เกิดมาในชีวิตเลย"

^ ว่าแต่ไอ้เล่มใหม่ที่ยืมมาวันนี้จะปั่นจักรยานเส้นไหนไปคืนดีนะ ?

....


^ คิดแล้วสลบดีกว่า Zzz ...

=========================================

สรุปทริป (เฉพาะหางดง-สะเมิง-แม่ริม)

=========================================

• ความยาก : 8/10

• ทางราบ : 15%

• เนินชัน : 85%

• ระยะทาง : 76 กิโลฯ / เวลาตลอดทริป ~ 5:00 ชั่วโมง (ไม่ร่วมเวลาพัก)

• ประเภทรถ : จักรยานเสือภูเขา (MTB) / จักรยานเสือหมอบ (Road Bike)

• ข้อดี : เส้นทางหลากหลายและท้าทาย / ฝึกการใช้เกียร์ครบถ้วน / ธรรมชาติสวย / อากาศดี

• ข้อเสีย : เส้นทางมีระยะทางค่อนข้างไกลและส่วนใหญ่อยู่เขตป่า ควรตรวจสอบรถให้มั่นใจและเตรียมอุปกรณ์ซ่อมรถเบื้องต้นไปด้วย สิ่งสำคัญคือระวังไม่ให้ติดอยู่ข้างบนในช่วงเวลากลางคืนโดยเด็ดขาด

• คำแนะนำ : เป็นเส้นทางที่ดูครั้งแรกเหมือนจะง่าย แต่หลังจากปั่นไปได้ซักพักจะรู้ได้ว่ามันไม่สนุกเหมือนการปั่นขึ้นดอยสุเทพเลย หากอารมณ์ดอยสุเทพคือการปั่นอย่างสนุกสนานที่นี้คงเป็นการปั่นเพื่อทดสอบความสามารถและความอดทนของตัวเองซะมากกว่า เอกลักษณ์จุดหนึ่งของถนนเส้นนี้คงเป็นเส้นทางที่มีลักษณะดูหลอกตาคล้ายว่าเราอยู่บนทางราบหรือเนินขาลง แต่ความจริงกลับตรงกันข้ามเพราะเรากำลังอยู่บนเนินสูงที่มีขนาดใหญ่มากๆ จนหลอกสายตาอยู่นั้นเอง ดังนั้นจึงเป็นทริปที่ต้องใจเย็นรวมถึงใช้กำลังใจสูงมากๆ ทริปหนึ่ง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมไม่แนะนำให้ปั่นท่านเดียวโดยเด็ดขาด และก่อนไปควรแจ้งให้เพื่อนที่สามารถสนับสนุนช่วยเหลือเราได้เตรียมพร้อมไว้ด้วย

---------------------------------------------------------------------------------------------